แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ax2009 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ax2009 แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การตีมูลค่าสินค้าคงคลัง Inventory Model

การตีมูลค่าสินค้าคงเหลือ มีอยู่ด้วยหัน หลายวิธี เช่น FIFO, LIFO, Standard cost, AVG ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ผู้ใช้ต้องเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง คราวนี้เราจะมาดูวิธีการตีมูลค่าสินค้าคงคลังบนระบบ AX กันบ้างว่ามีกี่แบบ

วิธีแรกสุดคือ FIFO หมายถึงการตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยวิธีซื้อก่อนขายก่อน (First-In , First – Out)   วิธีนี้เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ใช้ได้กับการบันทึกสินค้าทั้งแบบ Periodic Inventory Method และ Perpetual Inventory Method โดยถือว่าสินค้าที่ซื้อ/ผลิตเข้ามาก่อนจะถูกนำออกไปขายก่อน คราวนี้หลายที่ๆเคยมาปรึกษาผมว่า กระบวนการเบิกสินค้าของเค้าไม่สามารถจะหยิบของ lot เก่าๆก่อนได้เสมอไป จะทำอย่างไร? สำหรับผมมองว่ากระบวนการหยิบของจริงๆ กับ การตัดมูลค่าทางบัญชีจริงๆแล้วโดยระบบเป็นคนละส่วนกัน ดังนั้นถ้าคุณกำหนดให้ระบบคำนวณแบบ FIFO แม้ว่าคุณจะหยิบสินค้า lot ไหนไปขายก็ตาม ระบบจะไปดึงต้นทุนตามรายการรับเข้าอยู่ดี ตามตัวอย่างข้างล่างนะครับ


วิธีต่อมา Weighted Avg. หมายถึงการตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average Method)   วิธีนี้ก็เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกวิธีหนึ่ง ใช้กับการบันทึกสินค้าแบบ Periodic Inventory Method เนื่องจากต้องรอปิดงวดบัญชีแล้วจึงนำรายการรับเข้ามาถั่วเฉลี่ยต้นทุนกับจำนวนมาเป็นต้นทุนขาย


ต้นทุนเฉลี่ย = (450+100+240+420+160)/(30+10+20+30+10)
                    = 1370/100
                    = 13.70


วิธีที่สาม Weighted Avg. date หมายถึงการตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยราคาทุนเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average Method Method)   วิธีนี้ก็เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกวิธีหนึ่งเช่นกัน  ใช้ได้กับการบันทึกสินค้าทั้งแบบ Periodic Inventory Method และ Perpetual Inventory Method โดยระบบจะทำการเฉลี่ยต้นทุนเฉพาะสินค้าที่รับเข้ามาใหม่และสินค้าที่มีอยู่ก่อน


ต้นทุนเฉลี่ย = (450+100+240+420)/(30+10+20+30)
                    = 1210/90
                    = 13.44


วิธีที่4 Standard cost หมายถึงการตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยต้นทุนมาตราฐาน วิธีนี้ไม่เป็นที่ยอมรับตามมาตราฐานการตีมูลค่าสินค้าคงเหลือในประเทศไทย แต่ในความเป็นจริงก็เคยเจอบริษัทที่ใช้วิธีนี้อยู่เหมือนกัน แต่บางที่ก็ไม่ใช่เป็น Standard Cost แบบเดียวกับระบบซะทีเดียว คือ เวลาใช้ราคาต้นทุนแบบ Standard cost เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงราคาต้นทุนใหม่ จะทำให้มูลค่าสินค้าคงเหลือที่มีอยู่ปรับราคาตามต้นทุนใหม่ แต่สำหรับในประเทศไทย เท่าที่เห็นจะใช้วิธีแบบ Standard cost สำหรับประมาณต้นทุนสินค้าของปีนั้น ซึ่งจะไม่มีผลต่อมูลค่าสินค้าคงเหลือในสต๊อกปัจจุบัน ซึ่งระบบ AX ก็สามารถทำการตีมูลค่าสินค้าแบบนี้ได้นะครับ แต่จะต้องทำการกำหนด Inventory model group อีกวิธีนึง

วิธีสุดท้าย Specific Identification Method การตีราคาสินค้าคงเหลือวิธีราคาทุนที่แท้จริงสามารถใช้ได้ทั้งกับการบันทึกสินค้าแบบ Periodic Inventory Method และ Perpetual Inventory Method วิธีนี้ไม่มีให้เลือกใน Inventory model group แต่จะต้องทำการกำหนดที่ Dimension group แทน

สำหรับวิธีการประเมินต้นทุนหลักๆที่ผมเคยใช้อยู่ก็มีประมาณนี้แหละครับ อาจจะมีแตกต่างกันไปในรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ทางผู้ขึ้นระบบต้องเก็บรายละเอียดให้เข้าใจอย่างถูกต้องก่อน ถึงจะสามารถกำหนดให้สอดคล้องธุรกิจนั้นๆได้ สำหรับวิธีการตีราคาแบบ LIFO และ LIFO date ผมยังไม่เคยเจอธุรกิจที่ใช้วิธีการตีมูลค่าสินค้าคงคลังโดยวิธีนะครับ แต่โดยหลักการแล้ววิธี LIFO ก็จะคล้ายกับ FIFO เพียงแต่ใช้ต้นทุนล่าสุดแทน

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

AX เหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน

จริงๆแล้วก็มีเรื่องอยากจะบ่นค่อนข้างจะเยอะ ระหว่างที่กำลังคิดว่าจะบ่นเรื่องอะไรก่อนดี (ฮา) ก็คิดว่าเอาเรื่องของตัวโปรแกรมมาเล่าสู่กันฟังสักเล็กน้อยแล้วกัน เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เคยเจอคนถามว่าทำไม AX ของที่นี่ใช้ยากจัง ไม่เหมือนที่เก่าของเค้าเลย ด้วยความสงสัยก็เลยไล่ถามดูว่า เค้าใช้เวอร์ชั่นไหน ปรากฏว่าก็เป็น Version 2009 เหมือนกันซะด้วย


เอ๊ะ! ในเมื่อเหมือนกันแล้วจะจะยากง่ายต่างกันได้ยังไงหล่ะ ความเป็นจริงก็คือ โปรแกรม AX ที่ทุกท่านใช้นั้นไม่ได้เหมือนกัน 100% ทั้งหมดนะครับ เพียงแต่ฟังก์ชั่นการทำงานหลักเหมือนกัน  เมืองไทยมีกฏหมายทางด้านภาษีที่ไม่เหมือนกับอเมริกา ดังนั้นโปรแกรม standard ax ของ Microsoft จึงไม่ได้ซัพพอตงานทางด้านนี้ แต่ไม่ต้องกังวลว่ามันจะเอามาใช้จริงๆไม่ได้เนื่องจากเวลา Microsoft ขายของ (AX) ให้กับเราเค้าไม่ได้ขายกับเราตรงๆ แต่ขายผ่านตัวแทนที่เราเรียกกันว่า Partner นั่นแหละ ทีนี้บริษัทตัวแทนเหล่านี้ก็จะทำการเขียนโปรแกรมเฉพาะของตัวเองขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานของบริษัทในเมืองไทย (Localization) ยกตัวอย่างเช่น รายงาน stock card เป็นรายงานที่ผมคิดว่าพนักงานบัญชีหรืออาจจะแผนกอื่นๆที่เกี่ยวข้องต้องเคยใช้มันกันมาทั้งนั้นนะครับ จากที่ผมได้ลองใช้ AX ที่ขายโดยตัวแทน 3 ราย  ทั้งส่วนของเมนู และหน้าตารายงานที่พิมพ์ออกมา ไม่เหมือนกันเลยทั้ง 3 เจ้า ผมไม่ขอลงรายละเอียดว่าส่วนที่ต่างกันขอแต่ละตัวแทน คืออะไรนะครับ กลัวจะยิ่งอธิบายยิ่งงง เอาเป็นว่า ถ้าคุณยังไม่ได้ตกลงปลงใจจะซื้อโปรแกรมกับตัวแทนเจ้าไหน แนะนำว่าให้เรียกตัวแทนหลายๆเจ้าเข้ามาทำการนำเสนอ แล้วลองขอให้เค้าพิมพ์รายการ Stock card แต่ละเจ้าออกมาให้ดูนะครับ


"รายงาน stock card ที่ขายโดยตัวแทนคนละเจ้า รายงานที่พิมพ์ออกมาไม่เหมือนกัน"


นอกจากในส่วนของ Localization ที่ไม่เหมือนกันแล้ว องค์กรที่ใช้งานระบบไปซักระยะหนึ่งมักจะพัฒนาโปรแกรมขึ้นไปอีกเพื่อให้สะดวกกับการใช้งานภายในองค์กรนั้นๆมากขึ้น ซึ่งส่วนนี้เรียกว่า Customization ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์ทั้งส่วนของภายในองค์กรเอง หรือจะจ้างให้ Partner เขียนให้ก็ตาม ก็ยิ่งจะทำให้ตัวโปรแกรมแตกต่างกันไปอีก ถ้าผู้ใช้เข้ามาภายหลังอาจจะคิดไปว่าโปรแกรม AX มีการทำงานเป็นแบบนั้น

กลับมาประเด็นในย่อหน้าแรก ซึ่งผมก็รู้อยู่ก่อนแล้วว่าโปรแกรม AX ที่ผู้ถามมาพูดกับผมกับโปรแกรมที่ทำงานเก่าเค้าซึ่งอาจจะซื้อผ่านตัวแทนคนละเจ้าจะไม่เหมือนกันก็ได้ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เค้าอธิบายมากลับยิ่งให้ผมสงสัยไปอีกว่า เค้าเคยใช้งานโปรแกรมอย่างจริงๆจังๆ จริงหรือ หรือว่าแค่เรียกรายงานเล็กๆน้อยๆเพียงอย่างเดียว เพราะโปรแกรม ERP มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้งานจะต้องเข้าใจทั้งตัวโปรแกรมและการทำงานภายในองค์กร ซึ่งตรงนี้จะเป็นข้อแตกต่างจากการใช้โปรแกรมบัญชีธรรมดา ซึ่งผมคิดว่าไว้ตอนหน้าจะมาบ่นๆเรื่องความแตกต่างของมันให้ฟังซักรอบ

ปัจจุบันนี้ โปรแกรม ERP เริ่มแพร่หลาย หลายๆองค์กรในประเทศไทยก็เริ่มนำ ERP มาใช้ ในขณะที่ตลาดแรงงานก็ต้องการคนมีประสบการณ์ใช้ ERP มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนที่ใช้ ERP เป็นมีแต้มต่อที่ดีกว่า มีมูลค่าเพิ่มในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในตำแหน่งงานระดับ Senior หรือ Manager ทำให้บางครั้งคนที่ไม่เคยใช้งาน ERP หรือใช้เพียงเล็กน้อยจำต้องโกหกเพื่อให้ได้งาน (งานดีๆ เงินเดือนดีๆ ใครจะไม่อยากได้ละเนอะ) อันนี้คงเป็นเรื่องทาง HR หรือผู้สัมภาษณ์ต้องประเมินให้ดีๆ ว่าทักษะความสามารถตรงกับที่คาดหวังจริงหรือไม่


"ในขณะที่ตลาดแรงงานก็ต้องการคนมีประสบการณ์ใช้ ERP มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนที่ใช้เป็นมีแต้มต่อที่ดีกว่า"

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทำไมถึงเป็นบ่นความ ERP

ก่อนอื่นก็สวัสดีทุกท่านที่อาจจะบังเอิญผ่านมาอ่านเจอบทความของผมนะครับ จริงๆผมมีความตั้งใจว่าจะเขียนบล๊อคส่วนตัวว่าด้วยเรื่องของ ERP มาซัก 2-3 ปีละ ก็ยังไม่ทำซักกะที จนมาถึงวันนี้แหละ ที่มาของความตั้งใจเขียนก็เนื่องมาจากผมทำงานอยู่กับโปรแกรม ERP มาก็นานหลายปีแล้ว พบปะเรื่องราวต่างๆมาก็มากระดับนึง เลยกะไว้ว่าจะมาเขียนบ่นความให้เป็นเรื่องเป็นราวในบล๊อคส่วนตัว เผื่อใครมาอ่านเจอจะได้รับรู้ว่า บางทีปัญหาที่คุณเจออยู่ ที่อื่นๆเค้าก็เป็นเหมือนกัน :)

"บางทีปัญหาที่คุณเจออยู่ ที่อื่นๆเค้าก็เป็นเหมือนกัน"


ในส่วนของโปรแกรม ERP ที่ผมทำอยู่ก็คือ Microsoft dynamics AX นะครับ สมัยที่ยังทำงานเป็น implementer ให้กับ Partner นั้น ก็ทำตั้งแต่เวอร์ชั่น 4 แต่บางทีวันดีคืนดีก็ออกไป support ลุกค้าเวอร์ชั่น 3 ก็ยังเคย ปัจจุบันก็ยังใช้เวอร์ชั่น 5 (Ax2009) อยู่ สำหรับคนที่ใช้ version 6 (AX2012) แล้ว ได้ยินมาว่าโปรแกรมพัฒนาความสามารถยิ่งขึ้นไปอีกหลายอย่าง โครงสร้างของระบบก็เปลี่ยนไปจากเดิม ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ แต่สำหรับบ่นความในบล๊อคนี้จะไม่กล่าวถึงปัญหาเชิงเทคนิค หรือพวก programming นะครับ เนื่องจากเหตุผลสำคัญ 2 ประการ คือ

1. ผมอยากเน้นเรื่อง ปัญหา อุปสรรค และ ความเข้าใจใน ERP

จากประสบการณ์ของผมในการขึ้นระบบโปรแกรม ERP มากว่าครึ่งร้อยบริษัท เจอทั้งที่ขึ้นได้สำเร็จ และ ล้มเหลว แต่ผมสังเกตเห็นว่าในบริษัทที่ล้มเหลวในการขึ้นระบบ มักจะมีบางสิ่งเหมือนๆกัน ซึ่งไว้วันหลังจะมาบ่นเรื่องนี้ให้ฟังกันใหม่



2. ผมไม่ได้เป็น Programmer หรือทำงานสาย database

เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่สำคัญมาก คือ ผมไม่ได้เรียนจบสายคอมพิวเตอร์ครับ ในสายงานของ ERP ส่วนของ Application Consultant ที่เข้าไปให้บริการขึ้นระบบ หลายๆคนก็ไม่ได้จบ IT นะครับ เพราะงานส่วนนี้จะเน้นความเข้าใจในภาพรวมการจัดการองค์กรมากกว่า อย่างเช่น Financial Consultant ที่ขึ้นระบบงานบัญชีก็มักจะจบบัญชีมาซะเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากสามารถเข้าใจความต้องการของ User มากกว่า

ก่อนจะจบบ่นความแรกนี้ก็สวัสดีปีใหม่จีน(ตรุษจีน)กันล่วงหน้า ขอให้ทุกท่านได้เจอสิ่งดีๆ กันตลอดปี ใครที่กำลังขึ้นระบบ หรือเจอกับปัญหาการใช้งาน ERP ก็ขอให้ขึ้นระบบได้สำเร็จเร็วไวนะครับ สำหรับบริษัทไหนที่ได้โบนัสกันตอนตรุษจีน ก็ขอให้ได้แต๊ะเอียกันเยอะๆนะครับ




มอออ