แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Standard cost แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Standard cost แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การตีมูลค่าสินค้าคงคลัง Inventory Model

การตีมูลค่าสินค้าคงเหลือ มีอยู่ด้วยหัน หลายวิธี เช่น FIFO, LIFO, Standard cost, AVG ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ผู้ใช้ต้องเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง คราวนี้เราจะมาดูวิธีการตีมูลค่าสินค้าคงคลังบนระบบ AX กันบ้างว่ามีกี่แบบ

วิธีแรกสุดคือ FIFO หมายถึงการตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยวิธีซื้อก่อนขายก่อน (First-In , First – Out)   วิธีนี้เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ใช้ได้กับการบันทึกสินค้าทั้งแบบ Periodic Inventory Method และ Perpetual Inventory Method โดยถือว่าสินค้าที่ซื้อ/ผลิตเข้ามาก่อนจะถูกนำออกไปขายก่อน คราวนี้หลายที่ๆเคยมาปรึกษาผมว่า กระบวนการเบิกสินค้าของเค้าไม่สามารถจะหยิบของ lot เก่าๆก่อนได้เสมอไป จะทำอย่างไร? สำหรับผมมองว่ากระบวนการหยิบของจริงๆ กับ การตัดมูลค่าทางบัญชีจริงๆแล้วโดยระบบเป็นคนละส่วนกัน ดังนั้นถ้าคุณกำหนดให้ระบบคำนวณแบบ FIFO แม้ว่าคุณจะหยิบสินค้า lot ไหนไปขายก็ตาม ระบบจะไปดึงต้นทุนตามรายการรับเข้าอยู่ดี ตามตัวอย่างข้างล่างนะครับ


วิธีต่อมา Weighted Avg. หมายถึงการตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average Method)   วิธีนี้ก็เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกวิธีหนึ่ง ใช้กับการบันทึกสินค้าแบบ Periodic Inventory Method เนื่องจากต้องรอปิดงวดบัญชีแล้วจึงนำรายการรับเข้ามาถั่วเฉลี่ยต้นทุนกับจำนวนมาเป็นต้นทุนขาย


ต้นทุนเฉลี่ย = (450+100+240+420+160)/(30+10+20+30+10)
                    = 1370/100
                    = 13.70


วิธีที่สาม Weighted Avg. date หมายถึงการตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยราคาทุนเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average Method Method)   วิธีนี้ก็เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกวิธีหนึ่งเช่นกัน  ใช้ได้กับการบันทึกสินค้าทั้งแบบ Periodic Inventory Method และ Perpetual Inventory Method โดยระบบจะทำการเฉลี่ยต้นทุนเฉพาะสินค้าที่รับเข้ามาใหม่และสินค้าที่มีอยู่ก่อน


ต้นทุนเฉลี่ย = (450+100+240+420)/(30+10+20+30)
                    = 1210/90
                    = 13.44


วิธีที่4 Standard cost หมายถึงการตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยต้นทุนมาตราฐาน วิธีนี้ไม่เป็นที่ยอมรับตามมาตราฐานการตีมูลค่าสินค้าคงเหลือในประเทศไทย แต่ในความเป็นจริงก็เคยเจอบริษัทที่ใช้วิธีนี้อยู่เหมือนกัน แต่บางที่ก็ไม่ใช่เป็น Standard Cost แบบเดียวกับระบบซะทีเดียว คือ เวลาใช้ราคาต้นทุนแบบ Standard cost เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงราคาต้นทุนใหม่ จะทำให้มูลค่าสินค้าคงเหลือที่มีอยู่ปรับราคาตามต้นทุนใหม่ แต่สำหรับในประเทศไทย เท่าที่เห็นจะใช้วิธีแบบ Standard cost สำหรับประมาณต้นทุนสินค้าของปีนั้น ซึ่งจะไม่มีผลต่อมูลค่าสินค้าคงเหลือในสต๊อกปัจจุบัน ซึ่งระบบ AX ก็สามารถทำการตีมูลค่าสินค้าแบบนี้ได้นะครับ แต่จะต้องทำการกำหนด Inventory model group อีกวิธีนึง

วิธีสุดท้าย Specific Identification Method การตีราคาสินค้าคงเหลือวิธีราคาทุนที่แท้จริงสามารถใช้ได้ทั้งกับการบันทึกสินค้าแบบ Periodic Inventory Method และ Perpetual Inventory Method วิธีนี้ไม่มีให้เลือกใน Inventory model group แต่จะต้องทำการกำหนดที่ Dimension group แทน

สำหรับวิธีการประเมินต้นทุนหลักๆที่ผมเคยใช้อยู่ก็มีประมาณนี้แหละครับ อาจจะมีแตกต่างกันไปในรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ทางผู้ขึ้นระบบต้องเก็บรายละเอียดให้เข้าใจอย่างถูกต้องก่อน ถึงจะสามารถกำหนดให้สอดคล้องธุรกิจนั้นๆได้ สำหรับวิธีการตีราคาแบบ LIFO และ LIFO date ผมยังไม่เคยเจอธุรกิจที่ใช้วิธีการตีมูลค่าสินค้าคงคลังโดยวิธีนะครับ แต่โดยหลักการแล้ววิธี LIFO ก็จะคล้ายกับ FIFO เพียงแต่ใช้ต้นทุนล่าสุดแทน